Mini ยังไม่สุด? ทำ Full Lift ต่อได้เมื่อไหร่!

Mini Lift vs Full Lift ต่างกันอย่างไร?
ก่อนตัดสินใจทำ Full Lift หลังจาก Mini Lift ควรเข้าใจก่อนว่า ทั้งสองหัตถการทำงานต่างกัน ดังนี้:
✔ Mini Lift
- เก็บเฉพาะผิวชั้นตื้นและชั้นหน้าแก้ม
- เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง
- เห็นผลยกกระชับระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้แก้ความหย่อนคล้อยชั้นลึก

✔ Full Facelift (Full Lift)
- เก็บทั้ง ชั้นผิว + ชั้นกล้ามเนื้อ SMAS
- ดึงยาวตั้งแต่หน้าหู ไปจนถึงหลังใบหู
- แก้ทั้งความหย่อนคล้อยชั้นลึก โครงสร้างค่อย ๆ เข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติ
- เห็นผลยกกระชับชัดกว่าและอยู่ได้นานกว่า
ดังนั้น หากทำ Mini แล้วรู้สึกว่า “ยังไม่สุด” หรือ “ยังแก้จุดลึก ๆ ไม่พอ”
สามารถอัปเกรดเป็น Full Lift ได้แน่นอน

⏳ ควรรอนานแค่ไหน? Mini Lift → Full Lift
ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จะแนะนำให้รอช่วงเวลา 6 เดือน – 1 ปี ก่อนทำ Full Lift ต่อจาก Mini Lift
ช่วงเวลานี้สำคัญเพราะต้องรอให้…
- เนื้อเยื่อภายในฟื้นตัวเต็มที่
- พังผืดค่อย ๆ คลายตัว
- ชั้นผิวและกล้ามเนื้อเข้าตำแหน่งเดิม
- ความตึงหรือบวมหลัง Mini Lift ลดลงจนเป็นธรรมชาติ
หากทำเร็วเกินไป อาจเสี่ยงต่อการดึงรั้งมากเกินจำเป็น หรือทำให้ผิวชั้นลึกบาดเจ็บได้
⚠️ สัญญาณที่ยัง “ไม่พร้อม” ทำ Full Lift
หากยังมีอาการเหล่านี้ หมอจะยังไม่แนะนำให้ทำ:
- ผิวยัง บวมแข็ง
- ยังมีอาการ ดึงรั้ง หรือรู้สึกตึงมาก
- แผลด้านในยังไม่เรียบหรือยังบวม
- ผิวยังไม่คืนสภาพนิ่มตามธรรมชาติ
อาการเหล่านี้แปลว่าเนื้อเยื่อยังอยู่ในระยะฟื้นฟู ไม่ควรกระตุ้นเพิ่มเติม
✔️ สัญญาณว่า “พร้อมทำ Full Lift แล้ว”
สามารถประเมินทำ Full Lift ได้ เมื่อเกิดอาการเหล่านี้:
- ผิวกลับมา นิ่ม ยืดหยุ่นดี
- ไม่มีความรู้สึกตึงหรือดึงรั้ง
- อาการบวมลดลงจนคงที่
- ลักษณะใบหน้าเริ่มเข้าที่แล้วมากกว่า 80–90%
หากครบตามนี้ แสดงว่าเนื้อเยื่อพร้อมรับการดึงเต็มรูปแบบในระดับชั้นลึก
Recent Posts












