7 Steps วางแผนก่อนเสริมจมูก
March 12, 2019
7 ขั้นตอน วางแผนก่อนเสริมจมูก
เชื่อว่าหลายๆคนที่ได้มาเจอบทความนี้อาจจะเคยผ่านประสบการณ์การเสริมจมูกมาก่อนหน้านี้แล้ว หรือบางท่านก็อาจจะยังไม่เคยเสริมจมูกมาก่อน และกำลังมองหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่า จะทำจมูกที่ไหนดี? แก้จมูกที่ไหนดี? ทำจมูกหมออะไรดี? ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่? แล้วจะต้องเตรียมตัวยังไง?....
ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้แปลว่าคุณมาถูกทางแล้วเพราะ บทความนี้จะช่วยคุณจัดระเบียบการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอนให้กับคุณ ก่อนที่จะตัดสินใจไปปรึกษาหมอ หรือ เลือกหมอให้ถูกต้อง เพราะ 7 ขั้นตอนนี้จะช่วยให้คุณสามารถลดการสับสน เข้าใจหลักเกณฑ์ในการเลือกหมอและคลีนิค การบอกความต้องการที่ถูกต้องและแท้จริงให้กับหมอได้เข้าใจ พร้อมทั้งช่วยวางแผนการเสริมจมูกให้อยู่ในงบประมาณที่เราต้องการได้อีกด้วย
เสริมจมูกมาแล้ว เค้าจะอยู่ตรงกลางหน้าของเราตลอดเวลา ฉนั้นศึกษาและวางแผนก่อนทำ จะได้ไม่ชีช้ำกะหล่ำปลี
มาเริ่มทำความเข้าใจ 8 ขั้นตอนก่อนการเสริมจมูก ดังนี้:
- Step 1 เข้าใจจมูกตัวเอง
- Step 2 ทรงจมูก
- Step 3 เลือกวิธีการผ่าตัด
- Step 4 วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้เสริมจมูก
- Step 5 เทคนิคการเลือกหมอ
- Step 6 วางแผนค่าใช้จ่าย
- Step 7 การเตรียมตัวก่อนเสริมจมูกและหลังเสริมจมูก
#Step 1 - เข้าใจจมูกตัวเอง
การเข้าใจจมูกตัวเองเป็นข้อแรกที่เราควรต้องสำรวจและเข้าใจตัวเองก่อน จมูกของเราเป็นอย่างไรจมูกแบนจมูกเบี้ยวจมูกบานหรือจมูกมีฮัมพ์ แล้วเราอยากได้จมูกทรงไหน เราเป็นผู้หญิง เหมาะกับทรงไหน เราเป็นผู้ชาย เหมาะกับทรงไหน การเสริมจมูกครั้งนี้คือการเสริมครั้งแรกหรือว่าเป็นงานแก้ครั้งที่ 2 , 3 หรือที่ 4 ที่ผ่านมาเคยมีการฉีดสารเหลวต่างๆ ไปบ้างไหม ถ้าเคยคือเมื่อไหร่ แล้วสารเหลวดังกล่าวมันยังเหลือไหม ทำเข้าใจขั้นพื้นฐานโครงสร้างจมูกของเราว่าเรานั้นมีลักษณะจมูกพื้นฐานเป็นอย่างไรมีความโด่งอยู่แล้วบ้างเล็กน้อยหรือไม่ บริเวณจุดไหนที่ควรจะต้องแก้ไขมากที่สุด ต้องการเสริมจมูกเพื่อความโด่งอย่างเดียว หรือลักษณะโครงสร้างของกระดูกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ แม้กระทั่งเนื้อเยื่อของจมูกเราที่ควรจะต้องสำรวจทำความความเข้าใจก่อนว่าเราเป็นคนที่มีเนื้อจมูกมากน้อยเพียงใด ควรที่จะจดลิสออกมาเป็นข้อๆตามที่เรากังวล (Free ดาวน์โหลด Check list New Nose Plan) ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้จะเป็นข้อมูลสำคัญในการชี้นำทาง การเสาะหาคุณหมอและเทคนิคที่ถูกต้องรวมถึงการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนการตัดสินใจเสริมจมูกอีกด้วย
การเข้าใจจมูกตัวเองเป็นข้อแรกที่เราควรต้องสำรวจและเข้าใจตัวเองก่อน จมูกของเราเป็นอย่างไรจมูกแบนจมูกเบี้ยวจมูกบานหรือจมูกมีฮัมพ์ แล้วเราอยากได้จมูกทรงไหน เราเป็นผู้หญิง เหมาะกับทรงไหน เราเป็นผู้ชาย เหมาะกับทรงไหน การเสริมจมูกครั้งนี้คือการเสริมครั้งแรกหรือว่าเป็นงานแก้ครั้งที่ 2 , 3 หรือที่ 4 ที่ผ่านมาเคยมีการฉีดสารเหลวต่างๆ ไปบ้างไหม ถ้าเคยคือเมื่อไหร่ แล้วสารเหลวดังกล่าวมันยังเหลือไหม ทำเข้าใจขั้นพื้นฐานโครงสร้างจมูกของเราว่าเรานั้นมีลักษณะจมูกพื้นฐานเป็นอย่างไรมีความโด่งอยู่แล้วบ้างเล็กน้อยหรือไม่ บริเวณจุดไหนที่ควรจะต้องแก้ไขมากที่สุด ต้องการเสริมจมูกเพื่อความโด่งอย่างเดียว หรือลักษณะโครงสร้างของกระดูกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ แม้กระทั่งเนื้อเยื่อของจมูกเราที่ควรจะต้องสำรวจทำความความเข้าใจก่อนว่าเราเป็นคนที่มีเนื้อจมูกมากน้อยเพียงใด ควรที่จะจดลิสออกมาเป็นข้อๆตามที่เรากังวล (Free ดาวน์โหลด Check list New Nose Plan) ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้จะเป็นข้อมูลสำคัญในการชี้นำทาง การเสาะหาคุณหมอและเทคนิคที่ถูกต้องรวมถึงการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนการตัดสินใจเสริมจมูกอีกด้วย
#Step 2 ว่ากันด้วยเรื่องทรงจมูก
เรื่องของทรงจมูกที่เราเคยได้ยินบ่อยๆ จากเพื่อน หรือ เว็บไซส์ต่างๆ มีอยู่มากมาย มีทั้งชื่อทรงบาร์บี้ มีทั้งชื่อทรงตั๊กแตน ทรงสโลปปลายพุ่ง ทรงปลายเชิด ทรงหยดน้ำ หรือแม้กระทั่งก็เรียกชื่อทรงผสมเทคนิคเสริม เช่นการตัดปีก ลดฐาน เหลาฮัมพ์จมูกเข้าไปอีก ถ้าจะให้ไปเก็บลิสชื่อเหล่านี้มาทั้งหมดน่าจะมีชื่อเกินกว่า 50 ชื่อ เป็นแน่
แต่ถ้าคุยกับหมอเกาหลี หรือ แม้กระทั่งหมอในไทยบางคน เค้าก็ไม่ได้เข้าใจนะว่าทรงที่เราบอกมันเป็นยังไงกันแน่ หมอเลยมักจะขอให้เอารูปตัวอย่างทรงจมูกที่อยากได้ มาโชว์ให้หมอดูประกอบการปรึกษาก่อนผ่าตัด
คำถามคือแล้วทำไมหมอไม่เข้าใจ โดยเฉพาะหมอเกาหลี หรือหมอต่างชาติ ก็เป็นเพราะว่าชื่อทรงเหล่านี้ เป็นชื่อที่ตั้งกันขึ้นมาเองในกลุ่มคนไทย กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และไม่ได้มีตำรา หรือมาตรฐานอะไรที่เขียนบันทึกชื่อเหล่านี้ไว้เลย
แนะนำว่า เพื่อให้เป็นสากลเข้าใจกันทุกหมอทุกประเทศ ควรจะสื่อสารเรื่องทรงแบบการอธิบายลักษณะไปตรงๆ พร้อมรูปประกอบเลยจะดีที่สุด เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและลดการผิดพลาด เพราะการเสริมจมูกนั้นมันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่เป็นเส้นบางๆ ระหว่างกัน
เมื่อจะอธิบายทรงจมูกที่ต้องการตามลักษณะ ควรเริ่มอธิบาย 3 ส่วนหลักๆ จากบนลงล่าง คือ 2.1.ส่วนสันจมูกระหว่างตา (รูป) ส่วนนี้ต้องดูว่า เรามีสันจมูกบริเวณนี้อยู่บ้างแล้วไหม แล้วเราต้องการให้ส่วนนี้ สูงขึ้นอีกเยอะไหม ความสูงต่ำของบริเวณนี้ควรสอดคล้องกับความโค้งนูนของบริเวณหน้าผากเราอีกด้วย ตามหลักการ Golden Ratio ในบางเคสที่สันจมูกบริเวณนี้ไม่ได้มีปัญหามากในเรื่องความสูง แต่บริเวณนี้มีความกว้างมากเกินไป ก็จะมีเทคนิคการลดบริเวณนี้ด้วยการเพิ่มความสูงของสันจมูก ผสมกับการ เปิดหัวตา เพื่อให้ลดพื้นที่ที่กว้างเกินไประหว่างสันจมูกบริเวณช่วงตาได้
2.2. ส่วนสันจมูกช่วงกลาง ตรงส่วนนี้จะเป็นจุดที่เพิ่มสโลปความสูง ควรจะพิจารณาเรื่องความสูงโด่งในส่วนนี้ให้ดี หากใครที่มีปัญหาจมูกงุ้ม อยากได้จมูกปลายเชิดนั้น บริเวณนี้จะเป็นส่วนที่ควรเริ่มกำหนดความสูงเพื่อส่งระดับความสูงของปลายจมูก ซึ่งส่วนสันจมูกส่วนกลางจะเป็นจุดที่เชื่อมโยงการระบุทรงของปลายจมูกอีกด้วย
ข้อควรสังเกตุ1 : ควรสังเกตุว่า บริเวณสันจมูกส่วนกลางนี้ของเรานั้นมีปัญหากระดูกโค้งงอ นูนขึ้นมาหรือเปล่า ลักษณะแบบนี้มืชื่อเรียกว่าฮัมพ์ จมูก (Hump) หากมีปัญหาฮัมพ์ ก่อนเสริมจมูกควรจะต้องกำจัดทำให้เรียบเสียก่อน มิเช่นนั้นหากวางซิลิโคนลงไปจะทำให้เกิดอาการซิลิโคนลอยได้ และเป็นที่มาของซิลิโคนจมูกเบี้ยว หรือ การอักเสบ ได้ในอนาคต
ข้อควรสังเกตุ2 : บริเวณสันจมูกส่วนกลางเรานั้นมี ความกว้างมากเกินไปร่วมด้วยหรือไม่ หากมีฐานจมูกที่ใหญ่ควรจะต้องปรับทรงกระดูกให้เข้าพอดีกับรูปหน้าประกอบด้วยเช่นกัน ก่อนการวาง วัสดุเสริมจมูก
2.3 ส่วนปลายจมูก ให้พิจารณาว่าเราอยากได้ปลายจมูกแบบเชิด หรือ แบบพุ่ง หรือกึ่งเชิด กึ่งพุ่ง หรือปลายธรรมชาติมีหยดน้ำเล็กน้อย ทั้งหมดนี้คือการตัดสินใจเรื่ององศาของปลายจมูกที่เราต้องการ ยกตัวอย่าง หากคุณเป็นคนที่มีปลายจมูกเดิมค่อนข้างงุ้ม คุณควรจะเลือกทำปลายเชิด ยกปลายให้สูงขึ้น หรือหากคุณมีปัญหาเรื่องจมูกหมู ที่มองเห็นรูจมูกชัดเกินไป ขัดกับหลักโหวงเฮ้ง แล้วนั้น การปรับปรุงปลายจมูกโดยใช้วิธีเสริมหยดน้ำก็จะช่วยทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดเช่นกัน
ข้อควรสังเกตุ 1 : เนื้อเยื่อปลายจมูก ควรสังเกตุดูว่าเรามีเนื้อเยื่อปลายจมูกเยอะ หรือ น้อย เช่นหากเราเป็นคนที่มีเนื้อเยื่อปลายจมูกมาก เราก็ย่อมสามารถทำปลายเชิด ความพุ่ง หรือ หยดน้ำ ได้มากกว่าคนที่มีเนื้อปลายจมูกน้อยเช่นกัน แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้ก็เอื้ออำนวยเรื่อง การเสริมเนื้อเยื่อพิเศษต่างๆ เพื่อให้เรามีอิสระในการเลือกทรงปลายจมูกได้มากขึ้นเช่นกัน
ข้อควรสังเกตุ 2 : เนื้อเยื่อบริเวณปลายจมูกมีจำนวนมากเกินไป ทำให้ดูจมูกกลมอ้วน ก็ควรพิจารณากำจัดออกบางส่วนเพื่อเวลาเสริมปลายจมูกแล้วจะได้ดูเป็นทรงมากขึ้น หลายครั้งที่ทุกคนละเลยเนื้อเยื่อส่วนนี้ไปเสริมจมูกออกมาแล้วเลยดูไม่ค่อยเป็นทรงตามแบบซักเท่าไร่ แต่ทั้งนี้การตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินปลายจมูกดังกล่าวเป็นงานที่ค่อนข้างแอดวานซ์ จะตัดมากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ได้ ฉนั้นหากมีปัญหานี้ ควรเลือกและศึกษาหาหมอผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตัดเนื้อเยื่อปลายจมูกออกด้วยเช่นกัน
ข้อควรสังเกตุ 3 : ปีกจมูก คนเอเชียส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องปีกจมูกบานกว้างออกไปทำให้ดูจมูกแบน ไม่มีมิติ ดังนั้นหากดูตามหลักการ Golden Ratio แล้ว ถ้าปีกกว้าเกินไปก็ให้พิจารณาเรื่องการตัดลดปีกเอาไว้ด้วย
ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องความสูงของจมูกที่เหมาะสมตามทฤษฎี Golden Retion
เรื่องของทรงจมูกที่เราเคยได้ยินบ่อยๆ จากเพื่อน หรือ เว็บไซส์ต่างๆ มีอยู่มากมาย มีทั้งชื่อทรงบาร์บี้ มีทั้งชื่อทรงตั๊กแตน ทรงสโลปปลายพุ่ง ทรงปลายเชิด ทรงหยดน้ำ หรือแม้กระทั่งก็เรียกชื่อทรงผสมเทคนิคเสริม เช่นการตัดปีก ลดฐาน เหลาฮัมพ์จมูกเข้าไปอีก ถ้าจะให้ไปเก็บลิสชื่อเหล่านี้มาทั้งหมดน่าจะมีชื่อเกินกว่า 50 ชื่อ เป็นแน่
แต่ถ้าคุยกับหมอเกาหลี หรือ แม้กระทั่งหมอในไทยบางคน เค้าก็ไม่ได้เข้าใจนะว่าทรงที่เราบอกมันเป็นยังไงกันแน่ หมอเลยมักจะขอให้เอารูปตัวอย่างทรงจมูกที่อยากได้ มาโชว์ให้หมอดูประกอบการปรึกษาก่อนผ่าตัด
คำถามคือแล้วทำไมหมอไม่เข้าใจ โดยเฉพาะหมอเกาหลี หรือหมอต่างชาติ ก็เป็นเพราะว่าชื่อทรงเหล่านี้ เป็นชื่อที่ตั้งกันขึ้นมาเองในกลุ่มคนไทย กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และไม่ได้มีตำรา หรือมาตรฐานอะไรที่เขียนบันทึกชื่อเหล่านี้ไว้เลย
แนะนำว่า เพื่อให้เป็นสากลเข้าใจกันทุกหมอทุกประเทศ ควรจะสื่อสารเรื่องทรงแบบการอธิบายลักษณะไปตรงๆ พร้อมรูปประกอบเลยจะดีที่สุด เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและลดการผิดพลาด เพราะการเสริมจมูกนั้นมันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่เป็นเส้นบางๆ ระหว่างกัน
เมื่อจะอธิบายทรงจมูกที่ต้องการตามลักษณะ ควรเริ่มอธิบาย 3 ส่วนหลักๆ จากบนลงล่าง คือ 2.1.ส่วนสันจมูกระหว่างตา (รูป) ส่วนนี้ต้องดูว่า เรามีสันจมูกบริเวณนี้อยู่บ้างแล้วไหม แล้วเราต้องการให้ส่วนนี้ สูงขึ้นอีกเยอะไหม ความสูงต่ำของบริเวณนี้ควรสอดคล้องกับความโค้งนูนของบริเวณหน้าผากเราอีกด้วย ตามหลักการ Golden Ratio ในบางเคสที่สันจมูกบริเวณนี้ไม่ได้มีปัญหามากในเรื่องความสูง แต่บริเวณนี้มีความกว้างมากเกินไป ก็จะมีเทคนิคการลดบริเวณนี้ด้วยการเพิ่มความสูงของสันจมูก ผสมกับการ เปิดหัวตา เพื่อให้ลดพื้นที่ที่กว้างเกินไประหว่างสันจมูกบริเวณช่วงตาได้
2.2. ส่วนสันจมูกช่วงกลาง ตรงส่วนนี้จะเป็นจุดที่เพิ่มสโลปความสูง ควรจะพิจารณาเรื่องความสูงโด่งในส่วนนี้ให้ดี หากใครที่มีปัญหาจมูกงุ้ม อยากได้จมูกปลายเชิดนั้น บริเวณนี้จะเป็นส่วนที่ควรเริ่มกำหนดความสูงเพื่อส่งระดับความสูงของปลายจมูก ซึ่งส่วนสันจมูกส่วนกลางจะเป็นจุดที่เชื่อมโยงการระบุทรงของปลายจมูกอีกด้วย
ข้อควรสังเกตุ1 : ควรสังเกตุว่า บริเวณสันจมูกส่วนกลางนี้ของเรานั้นมีปัญหากระดูกโค้งงอ นูนขึ้นมาหรือเปล่า ลักษณะแบบนี้มืชื่อเรียกว่าฮัมพ์ จมูก (Hump) หากมีปัญหาฮัมพ์ ก่อนเสริมจมูกควรจะต้องกำจัดทำให้เรียบเสียก่อน มิเช่นนั้นหากวางซิลิโคนลงไปจะทำให้เกิดอาการซิลิโคนลอยได้ และเป็นที่มาของซิลิโคนจมูกเบี้ยว หรือ การอักเสบ ได้ในอนาคต
ข้อควรสังเกตุ2 : บริเวณสันจมูกส่วนกลางเรานั้นมี ความกว้างมากเกินไปร่วมด้วยหรือไม่ หากมีฐานจมูกที่ใหญ่ควรจะต้องปรับทรงกระดูกให้เข้าพอดีกับรูปหน้าประกอบด้วยเช่นกัน ก่อนการวาง วัสดุเสริมจมูก
2.3 ส่วนปลายจมูก ให้พิจารณาว่าเราอยากได้ปลายจมูกแบบเชิด หรือ แบบพุ่ง หรือกึ่งเชิด กึ่งพุ่ง หรือปลายธรรมชาติมีหยดน้ำเล็กน้อย ทั้งหมดนี้คือการตัดสินใจเรื่ององศาของปลายจมูกที่เราต้องการ ยกตัวอย่าง หากคุณเป็นคนที่มีปลายจมูกเดิมค่อนข้างงุ้ม คุณควรจะเลือกทำปลายเชิด ยกปลายให้สูงขึ้น หรือหากคุณมีปัญหาเรื่องจมูกหมู ที่มองเห็นรูจมูกชัดเกินไป ขัดกับหลักโหวงเฮ้ง แล้วนั้น การปรับปรุงปลายจมูกโดยใช้วิธีเสริมหยดน้ำก็จะช่วยทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดเช่นกัน
ข้อควรสังเกตุ 1 : เนื้อเยื่อปลายจมูก ควรสังเกตุดูว่าเรามีเนื้อเยื่อปลายจมูกเยอะ หรือ น้อย เช่นหากเราเป็นคนที่มีเนื้อเยื่อปลายจมูกมาก เราก็ย่อมสามารถทำปลายเชิด ความพุ่ง หรือ หยดน้ำ ได้มากกว่าคนที่มีเนื้อปลายจมูกน้อยเช่นกัน แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้ก็เอื้ออำนวยเรื่อง การเสริมเนื้อเยื่อพิเศษต่างๆ เพื่อให้เรามีอิสระในการเลือกทรงปลายจมูกได้มากขึ้นเช่นกัน
ข้อควรสังเกตุ 2 : เนื้อเยื่อบริเวณปลายจมูกมีจำนวนมากเกินไป ทำให้ดูจมูกกลมอ้วน ก็ควรพิจารณากำจัดออกบางส่วนเพื่อเวลาเสริมปลายจมูกแล้วจะได้ดูเป็นทรงมากขึ้น หลายครั้งที่ทุกคนละเลยเนื้อเยื่อส่วนนี้ไปเสริมจมูกออกมาแล้วเลยดูไม่ค่อยเป็นทรงตามแบบซักเท่าไร่ แต่ทั้งนี้การตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินปลายจมูกดังกล่าวเป็นงานที่ค่อนข้างแอดวานซ์ จะตัดมากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ได้ ฉนั้นหากมีปัญหานี้ ควรเลือกและศึกษาหาหมอผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตัดเนื้อเยื่อปลายจมูกออกด้วยเช่นกัน
ข้อควรสังเกตุ 3 : ปีกจมูก คนเอเชียส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องปีกจมูกบานกว้างออกไปทำให้ดูจมูกแบน ไม่มีมิติ ดังนั้นหากดูตามหลักการ Golden Ratio แล้ว ถ้าปีกกว้าเกินไปก็ให้พิจารณาเรื่องการตัดลดปีกเอาไว้ด้วย
ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องความสูงของจมูกที่เหมาะสมตามทฤษฎี Golden Retion
#Step 3 - เลือกวิธีการผ่าตัดเสริมจมูก
การเลือกวิธีการผ่าตัดนั้นจะตัดสินใจได้ง่ายมากหาเราได้วางแผนตาม step 1 และ 2 ข้างต้นมาแล้ว
วิธีผ่าตัดเสริมจมูก ตอนนี้มีอยู่ 3 วิธี คือ
3.1 การเสริมจมูกแบบปิด (Close Rhinoplasty)
วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอดีตถึงปัจจุบันเนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่จะมีแผลน้อยพักฟื้นได้ไว การเปิดแผลจะกรีด 1 ฝั่งของรูจมูกและมีความยาวเพียงแค่ 1-2 เซ็นตามแนวโครงสร้างของจมูก การกรีดจะเป็นลักษณะครึ่งวงกลมหลังจากนั้นก็จะทำการเลาะเนื้อเยื่อเปิดเข้าไปเพื่อเคลียร์ช่องจมูก และสอดซิลิโคนเข้าไป วิธีการนี้ไม่สามารถเห็นโครงสร้างทั้งหมดของจมูกได้หากต้องการปรับปรับเรื่องโครงสร้างกระดูกหรือปรับเพิ่มลดเนื้อเยื่อวิธีนี้ก็จะไม่สามารถทำได้
3.2การเสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty) ในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมานี้วิธีการเสริมจมูกแบบเปิดเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายทั้งเมืองไทยและต่างประเทศเนื่องจากวิธีนี้ทำออกมาสวยโดนใจ เพราะแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด การกรีดแผลจะทำการกรีดทั้งสองฝั่งของบริเวณจมูกซึ่งจะเป็นรูปการกรีดคล้ายๆรูปตัวเอ็มมีลักษณะครึ่งวงกลมของรูจมูกทั้ง 2 ฝั่งและกรีดส่วนกลางแนวกลางจมูกเพื่อเปิดเนื้อขึ้น และทำเห็นโครงสร้างทั้งหมด และทำงานง่ายแก้ไขปัญหาได้ครอบคลุมทั้งหมดไม่ว่าการปรับโครงสร้างกระดูกหรือตัดแต่งเนื้อเยื่อรวมไปถึงการเลาะซิลิโคนเหลวรวมถึงการตกแต่งเนื้อปลายจมูกและยืดผนังกั้นจมูกก็จะใช้วิธีเสริมจมูกด้วยวิธีการเปิดทั้งสิ้น
3.3การเสริมจมูกแบบกึ่งเปิด (Semi-open Rhinoplasty) จะเป็นการเปิดแผลให้คล้ายวิธีแบบปิดแต่ว่าจะไม่เปิดแผลทั้ง 2 ฝั่งจะกรีดครึ่งวงกลมของรูจมูกทั้ง 2 ข้างแต่ไม่กรีดเนื้อตรงกลางเชื่อหากัน เทคนิคนี้จะสามารถช่วยจัดการเรื่องโครงสร้างได้มากกว่าวิธีแบบปิดและยังเป็นที่นิยมสำหรับเทคนิคการเย็บอินเตอร์โดมอีกด้วยเนื่องจากพอจะเห็น โครงสร้างของกระดูกอ่อนมากขึ้นแต่ยังไงแล้ววิธีนี้ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการยืดผนังกั้นจมูกได้รวมถึงการเลาะและขูดสารเหลวออกได้
การเลือกวิธีการผ่าตัดนั้นจะตัดสินใจได้ง่ายมากหาเราได้วางแผนตาม step 1 และ 2 ข้างต้นมาแล้ว
วิธีผ่าตัดเสริมจมูก ตอนนี้มีอยู่ 3 วิธี คือ
3.1 การเสริมจมูกแบบปิด (Close Rhinoplasty)
วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอดีตถึงปัจจุบันเนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่จะมีแผลน้อยพักฟื้นได้ไว การเปิดแผลจะกรีด 1 ฝั่งของรูจมูกและมีความยาวเพียงแค่ 1-2 เซ็นตามแนวโครงสร้างของจมูก การกรีดจะเป็นลักษณะครึ่งวงกลมหลังจากนั้นก็จะทำการเลาะเนื้อเยื่อเปิดเข้าไปเพื่อเคลียร์ช่องจมูก และสอดซิลิโคนเข้าไป วิธีการนี้ไม่สามารถเห็นโครงสร้างทั้งหมดของจมูกได้หากต้องการปรับปรับเรื่องโครงสร้างกระดูกหรือปรับเพิ่มลดเนื้อเยื่อวิธีนี้ก็จะไม่สามารถทำได้
3.2การเสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty) ในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมานี้วิธีการเสริมจมูกแบบเปิดเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายทั้งเมืองไทยและต่างประเทศเนื่องจากวิธีนี้ทำออกมาสวยโดนใจ เพราะแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด การกรีดแผลจะทำการกรีดทั้งสองฝั่งของบริเวณจมูกซึ่งจะเป็นรูปการกรีดคล้ายๆรูปตัวเอ็มมีลักษณะครึ่งวงกลมของรูจมูกทั้ง 2 ฝั่งและกรีดส่วนกลางแนวกลางจมูกเพื่อเปิดเนื้อขึ้น และทำเห็นโครงสร้างทั้งหมด และทำงานง่ายแก้ไขปัญหาได้ครอบคลุมทั้งหมดไม่ว่าการปรับโครงสร้างกระดูกหรือตัดแต่งเนื้อเยื่อรวมไปถึงการเลาะซิลิโคนเหลวรวมถึงการตกแต่งเนื้อปลายจมูกและยืดผนังกั้นจมูกก็จะใช้วิธีเสริมจมูกด้วยวิธีการเปิดทั้งสิ้น
3.3การเสริมจมูกแบบกึ่งเปิด (Semi-open Rhinoplasty) จะเป็นการเปิดแผลให้คล้ายวิธีแบบปิดแต่ว่าจะไม่เปิดแผลทั้ง 2 ฝั่งจะกรีดครึ่งวงกลมของรูจมูกทั้ง 2 ข้างแต่ไม่กรีดเนื้อตรงกลางเชื่อหากัน เทคนิคนี้จะสามารถช่วยจัดการเรื่องโครงสร้างได้มากกว่าวิธีแบบปิดและยังเป็นที่นิยมสำหรับเทคนิคการเย็บอินเตอร์โดมอีกด้วยเนื่องจากพอจะเห็น โครงสร้างของกระดูกอ่อนมากขึ้นแต่ยังไงแล้ววิธีนี้ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการยืดผนังกั้นจมูกได้รวมถึงการเลาะและขูดสารเหลวออกได้
#Step 4 - วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเสริมจมูก
-
ซิลิโคน
-
กอร์เท็กซ์
-
กระดูกอ่อนมาจากใบหู
-
กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก
-
กระดูกอ่อนซี่โครง
-
เนื้อเยื่อจากขมับ
-
เนื้อเยื่อจากก้นกบ ไขมันหนังแท้
-
เนื้อเยื่อเทียมหรือที่เรียกอีกคำว่าเนื้อเยื่อบริจาค
-
เนื้อเยื่อเทียม ADM หรือ ACDM (Acellular dermal matrix)
-
PCL Mesh
-
สเต็มเซลล์ (แก้ปัญหาจมูกรั้ง)
New #Step 5 เทคนิคการเลือกหมอ
หลังจากรู้ปัญหาสิ่งที่เราอยากจะแก้ไขแล้ว ก็ง่ายที่จะกำหนดทิศทางในการเลือกหาหมอที่มีฝีมือ และความสามารถในการแก้ไขในจุดนั้นๆ (ทำจมูกกับหมอไหนดี หมอไหนเก่ง) ควรจะหารายชื่อหมอที่สนใจไว้พิจารณา 3-5 แล้วทำการหาข้อมูลว่าหมอดังกล่าวนั้น ได้จบอะไรมา จบหมอศัลยกรรม หรือ เปล่า หรือจบเพียงหมออายุรกรรม หู คอ จมูก หากจบหมอศัลยกรรมจะต้องมีใบอนุญาติตามกฎหมาย (วิธีเช็คใบอนุญาติผ่าตัดศัลยกรรมของหมอในไทยและเกาหลี)รวมถึงประวัติการเสริมจมูกว่าทำมานานแล้วรึยัง ทำมาแล้วกี่เคส
หลังจากนั้นให้ลองค้นหาขอดูรีวิว ว่าเราชอบผลงานหมอไหม หาดูว่าเข้าที ให้ลองติดต่อเข้าไปสอบถาม หากได้ลองพูดคุยกับหมอก็เป็นเรื่องที่ดี ดูว่าเราคุยกันเข้าใจไหม หมอมีการอธิบายสื่อสารขั้นตอนวิธีการให้เราได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ไหม หมอจะผ่าตัดใช้วัสดุอะไรให้เรา หมอจะวางยาสลบหรือยานอนหลับ ใช้เวลาในการผ่าตัดนานเท่าไหร่ ถามเถอะค่ะ เพื่อความมั่นใจก่อนการตัดสินใจ
อย่าลืมที่จะสอบถามเรื่องafter services การบริการลูกค้าหลังผ่าตัดด้วยนะคะว่ามีอะไรบ้าง รวมถึงการการันตีหากมีการผิดพลาดทางการแพทย์ หรือ เกิดการอักเสบ หรือ คีรอยด์ ด้วยจ้า
ราคาของหมอแต่ละท่านก็เป็นไปตามกลไกของตลาด ยิ่งดังมาก ยิ่งทำเก่งมาก ราคาก็ย่อมสูงตามเช่นกัน ทั้งนี้ ก็อย่าลืมพิจารณาสถานประกอบการของหมอด้วยเช่นกัน หากเป็นคลินิค หรือ โรงพยาบาลก็ควรจะมีความสะอาด ปลอดภัย มีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
หลังจากรู้ปัญหาสิ่งที่เราอยากจะแก้ไขแล้ว ก็ง่ายที่จะกำหนดทิศทางในการเลือกหาหมอที่มีฝีมือ และความสามารถในการแก้ไขในจุดนั้นๆ (ทำจมูกกับหมอไหนดี หมอไหนเก่ง) ควรจะหารายชื่อหมอที่สนใจไว้พิจารณา 3-5 แล้วทำการหาข้อมูลว่าหมอดังกล่าวนั้น ได้จบอะไรมา จบหมอศัลยกรรม หรือ เปล่า หรือจบเพียงหมออายุรกรรม หู คอ จมูก หากจบหมอศัลยกรรมจะต้องมีใบอนุญาติตามกฎหมาย (วิธีเช็คใบอนุญาติผ่าตัดศัลยกรรมของหมอในไทยและเกาหลี)รวมถึงประวัติการเสริมจมูกว่าทำมานานแล้วรึยัง ทำมาแล้วกี่เคส
หลังจากนั้นให้ลองค้นหาขอดูรีวิว ว่าเราชอบผลงานหมอไหม หาดูว่าเข้าที ให้ลองติดต่อเข้าไปสอบถาม หากได้ลองพูดคุยกับหมอก็เป็นเรื่องที่ดี ดูว่าเราคุยกันเข้าใจไหม หมอมีการอธิบายสื่อสารขั้นตอนวิธีการให้เราได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ไหม หมอจะผ่าตัดใช้วัสดุอะไรให้เรา หมอจะวางยาสลบหรือยานอนหลับ ใช้เวลาในการผ่าตัดนานเท่าไหร่ ถามเถอะค่ะ เพื่อความมั่นใจก่อนการตัดสินใจ
อย่าลืมที่จะสอบถามเรื่องafter services การบริการลูกค้าหลังผ่าตัดด้วยนะคะว่ามีอะไรบ้าง รวมถึงการการันตีหากมีการผิดพลาดทางการแพทย์ หรือ เกิดการอักเสบ หรือ คีรอยด์ ด้วยจ้า
ราคาของหมอแต่ละท่านก็เป็นไปตามกลไกของตลาด ยิ่งดังมาก ยิ่งทำเก่งมาก ราคาก็ย่อมสูงตามเช่นกัน ทั้งนี้ ก็อย่าลืมพิจารณาสถานประกอบการของหมอด้วยเช่นกัน หากเป็นคลินิค หรือ โรงพยาบาลก็ควรจะมีความสะอาด ปลอดภัย มีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
#Step 6 - การวางแผนค่าใช้จ่าย
หากเลือกหมอได้ 3-4 ท่านตาม ข้อ 5 แล้ว ก็ควรจะเปรียบเทียบราคาตลาดดูว่า ควรจะอยู่ที่ราคาเท่าไหร่
ไม่ว่าจะทำจมูกที่ไทยหรือเกาหลี ล้วนแล้วแต่มีราคาจากหลักพันบาท ถึง หลักหลายแสนบาทด้วยกัน ขึ้นอยู่กับระดับฝีมือ และความโด่งดัง และเป็นหมอที่ต้องการของใครหลายๆคนด้วยหรือปล่าว
รวมถึเทคนิคที่ต้องทำร่วมกับการเสริมจมูก ง่ายๆ คือ คนเสริมครั้งแรก จะราคาถูกกว่าคนไปแก้จมูก หรือคนที่เสริมอย่างเดียว ไม่ตัดปีกจมูก ย่อมราคาถูกกว่าคนที่เสริมพร้อมตัดปีกจมูกนั่นเอง
เราได้รวบรวมราคา งบประมาณค่าใช้จ่าย คร่าวๆ ของคลินิคชื่อดังในไทย และ เกาหลี ประจำปี 2021 มาให้ดูคร่าวๆ เพื่อการวางแผนเก็บเงินไว้ข้างล่างนี้ด้วย
เราได้รวบรวมราคา งบประมาณค่าใช้จ่าย คร่าวๆ ของคลินิคชื่อดังในไทย และ เกาหลี ประจำปี 2021 มาให้ดูคร่าวๆ เพื่อการวางแผนเก็บเงินไว้ข้างล่างนี้ด้วย
**ราคาดังกล่าวเป็นราคาประมาณการ หากต้องการราคาที่แม่นยำแนะนำ แอดไลน์นี้ @ski.may เพื่อสอบถามราคา หรือจะติดต่อสอบถามโดยตรงกับคลินิคนั้นๆ ได้โดยตรงเช่นกัน
Recent Posts

By ski designer
•
December 22, 2025
เมนูอาหารหลังศัลยกรรมที่ช่วยฟื้นฟูแผลเร็ว มีอะไรบ้าง? หลังการศัลยกรรม ไม่ว่าจะเป็นเสริมจมูก ตัดปีกจมูก ดูดไขมัน หรือผ่าตัดอื่น ๆ การดูแลตัวเองไม่ได้มีแค่การทำแผลหรือพักผ่อนเท่านั้น แต่ “อาหารที่รับประทาน” มีผลโดยตรงต่อการสมานแผล ลดบวม ลดอักเสบ และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น บทความนี้จะพาไปรู้จัก เมนูอาหารหลังศัลยกรรมที่ช่วยฟื้นฟูแผลเร็ว พร้อมแนะนำว่าควรกินอะไร และหลีกเลี่ยงอะไรบ้าง

By ski designer
•
December 19, 2025
3 เทคนิคเลือกทรงคางให้เข้ากับใบหน้า เลือกถูก หน้าเปลี่ยนอย่างเป็นธรรมชาติ อยากเสริมคางให้หน้าดูสวยขึ้น แต่ยังลังเลว่าควรเลือก ทรงคางแบบไหนถึงจะเหมาะกับใบหน้าของตัวเอง ? ความจริงแล้ว การเสริมคางที่ออกมาสวย ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ทรงคางที่กำลังฮิต แต่ต้องเลือกให้ เข้ากับรูปหน้า สัดส่วน และโครงสร้างของแต่ละคน

By ski designer
•
December 19, 2025
ใต้ตาลึก ดำ ดูโทรม... แก้ยังไงให้หน้าดูเด็ก? สรุปวิธีแก้ปัญหาใต้ตาให้ตรงจุด เคยไหม? นอนเต็มอิ่มแต่ตื่นมาส่องกระจกแล้วยังดูเหนื่อย หน้าดูโทรมเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายวัน ปัญหา "ใต้ตา" คือศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยและขาดความสดใส แต่ก่อนจะตัดสินใจรักษา เราต้องรู้ก่อนว่าปัญหาใต้ตาของเราเกิดจากอะไร? เพราะแต่ละปัญหา มีวิธีแก้ไขที่ไม่เหมือน กั นค่ะ

By ski designer
•
December 19, 2025
No-Drain Technique คืออะไร? ทำไมถึงช่วยให้ฟื้นตัวไวหลังผ่าตัด ช่วงนี้หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “No-Drain Technique” จากคลินิกศัลยกรรม หรือเห็นว่าเป็นเทคนิคที่ช่วยให้ ฟื้นตัวเร็ว บวมน้อย และสบายตัวกว่าเดิม แต่จริง ๆ แล้วเทคนิคนี้คืออะไร และเหมาะกับใครบ้าง? บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจแบบง่าย ๆ ครับ

By ski designer
•
December 17, 2025
จมูกสวยเหมือนไม่ได้ทำ เสริมจมูกด้วยเทคนิคแบบ Open หากคุณเป็นหนึ่งคนที่อยากทำจมูก แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกทำแบบไหน วันนี้เราอยากแนะนำเทคนิคการทำจมูก ให้สวยดูเป็นธรรมชาติในทุกมิติ เราอยากแนะนำการ เสริมจมูก ด้วยเทคนิคแบบ Open ค่ะ หากใครยังไม่รู้จักเทคนิคนี้และไม่แน่ใจว่า เทคนิคนี้ดีไหม? ปลอดภัยรึเปล่า? มาชมบทความนี้ไปด้วยกันได้เลยค่ะ

By ski designer
•
December 12, 2025
OPS คืออะไร? ทำไมก่อนผ่าตัดต้องถามคลินิกว่า “มี OPS ไหม?” ปลอดภัยกว่าอย่างไร? เวลาที่คุณต้องเข้ารับการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นศัลยกรรมบนใบหน้า เสริมหน้าอก หรือผ่าตัดเล็ก–ใหญ่ สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากกว่าหมอเก่งหรือเทคนิคดี คือ “ความปลอดภัยของห้องผ่าตัด” และระบบที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก แต่จำเป็นต้องถามคือ OPS – Operating Positive Pressure บทความนี้อธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า OPS คืออะไร ช่วยป้องกันเชื้อโรคได้อย่างไร และทำไมผนังห้องผ่าตัดถึงมีผลต่อความสะอาดจริง ๆ






